อุตสาหกรรมยานยนต์มีส่วนช่วยภาวะโลกร้อนได้อย่างไร
ปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องตามภาวะการเจริญเติบโตของเศรษกิจโลก
ผู้ประกอบรถยนต์รายใหญ่ของโลกหลายรายขยายฐานการลงทุนในภูมิภาคต่างๆมากขึ้น เกิดการจ้างงานและกระตุ้นภาวะเศรษกิจให้การเติบโตอย่างรวดเร็ว
ภาวะการแข่งขันก็เพิ่มดีกรีความเข้นข้นขึ้นด้วยเช่นกัน เห็นได้ชัดในทีวีที่รถยนต์หลายยี่ห้อต่างเข็นสปอตโฆษณาออกมากระตุ้นความสนใจผู้บริโภคแทบไม่เว้นแต่ละวันเลยทีเดียว
ความต้องการของผู้บริโภคเองก็มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงตามกระแสเทคโนโลยีและมีมาตรฐานสูงขึ้น
ซึ่งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ก็ต้องปรับตัวให้ทันเช่นกัน เช่นการนำเอาเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ๆมาใช้ในการผลิตมากขึ้นเพื่อให้สามารถผลิตได้ทันกับความต้องการหรือกระแสความนิยมของผู้บริโภค
ซึ่งสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้ทั้งด้านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นสะดุดตา
ตอบสนองอย่างรวดเร็วทันใจด้วยเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น ยิ่งในสภาวะที่ราคาน้ำมันถีบตัวสูงขึ้นทุกขณะนี้
บริษัทรถยนต์ต่างทุ่มงบประมาณในการพัฒนาสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
จนแทบเรียกได้ว่าเป็นจุดขายที่ผู้ซื้อรถให้ความสำคัญในระดับต้นๆทีเดียว
จุดขายอีกด้านที่กำลังมาแรงไม่น้อยคือ ต้องสามารถใช้พลังงานทดแทนหรือพลังานทางเลือกอื่นจากน้ำมันได้
เช่น ก๊าซโซฮอล ก๊าซ NGV
หรือ LPG เซลพลังงานแสงงอาทิตย์
และเซลเชื้อเพลิง เป็นต้น อีกทั้งยังต้องให้ความสะดวกสบายในการขับขี่ด้วย
บริษัทรถยนต์ต่างตระหนักในสิ่งเหล่านี้เป็นอย่างดี
และต่างก็เร่งพัฒนารถยนต์ค่ายของตัวเองอย่างขมักขเม้น ยิ่งปัจจุบันมีกระแสการตื่นตัวเรื่องภาวะโลกร้อนด้วยแล้ว
รถยนต์ค่ายต่างๆก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับกระแสนี้ด้วยเช่นกัน
ด้วยว่าสัดส่วนของการใช้พลังงานหรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากยวดยานพาหนะบนท้องถนนก็ไม่แพ้อุตสาหกรรมหนักอื่นๆ ในแง่เทคนิคแล้วทำได้โดยบริษัทรถยนต์อาจใช้เทคนิคออกแบบขั้นเหมาะสมที่สุด
(Optimum design) โดยใช้เนื้อวัสดุน้อยที่สุดแต่ยังคงได้ความแข็งแรงตามมาตรฐาน
โดยการใช้โปรแกรมการออกแบบ CAD/CAM/CAE ซึ่งสามารถจำลองสภาวะการใช้งานในคอมพิวเตอร์ได้ก่อนการผลิตงานจริง
ซึ่งทำให้ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ได้มาตรฐาน
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการลดการใช้พลังงานในการผลิตที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์นั่นเอง
บริษัทรถยนต์อาจเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาเป็นส่วนประกอบรถยนต์มากขึ้น
เช่นเรามักเห็นวัสดุในกลุ่มโพลิเมอร์หรือพลาสติกในห้องโดยสารของรถยนต์แทบทุกยี่ห้อ
บางยี่ห้อถึงกับเปลี่ยนช่วงล่างจากเหล็กไปเป็นอลูมิเนียมที่มีน้ำหนักเบากว่ากันเลยที่เดียว
อย่างไรก็ตามก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและอายุการใช้งานด้วย เนื่องจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบาเหล่านี้มักมีความแข็งแรงน้อยและมักมีความเสียหายหรือเสื่อมสภาพเนื่องจากสภาวะการใช้งานได้ง่ายกว่า
เช่นอลูมิเนียมซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเหล็กประมาณ 3 เท่าแต่มีความไวต่อความล้า
(Fatigue failure) เนื่องจากภาระกรรมแบบซ้ำๆมากกว่าเหล็ก
อีกทั้งยังไวต่อความเสียหายที่เกิดจากอิทธิพลของแวดล้อมได้ง่ายกว่า เช่น อุณภูมิ
หรือการกัดกร่อน เป็นต้นเป็นต้น
บริษัทรถยนต์ก็วิธีและมาตรฐานในการประเมินโดยการทดสอบความทนทานต่อการใช้งานของวัสดุน้ำหนักเบาเหล่านี้ให้มีคุณภาพเหมือนหรือดีกว่าวัสดุเดิมที่มีน้ำหนักมาก
โดยการทดสอบความล้าในห้องปฏิบัติการ
ซึ่งปัจจุบันในประเทศก็มีห้องปฏิบัติการที่ให้บริการด้านการออกแบบ
การเลือกใช้วัสดุรวมทั้งการทดสอบความล้าเพื่อประเมินอายุการใช้งานของชิ้นส่วนยานยนต์แล้ว
เช่นห้องปฏิบัติการของศูนย์พัฒนาและวิเคาระห์สมบัติวัสดุ (ศพว)
ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว)
ซึ่งได้รับการรับรองความสามารถของห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 และได้เปิดให้บริการอย่างครบวงจรในแทบทุกมิติด้านวัสดุรวมทั้งด้านการทดสอบและให้คำปรึกษาด้านความล้าของชิ้นส่วนประกอบทางวิศวกรรมมาเป็นระยะเวลายาวนาน
ในอีกด้านหนึ่งการลดการบริโภคพลังงานอาจทำได้โดยการปรับเปลี่ยนไปสุ่เทคโนโลยีการผลิตที่ใช้พลังงานน้อยลง
หรือรณรงค์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานของพนักงานในโรงงานหรือสร้างความตื่นตัวให้พนักงานตระหนักความสำคัญของการลดการใช้พลังงานซึ่งว่าไปแล้วก็ส่งผลถึงตัวพนักงานโดยตรงเมื่อบริษัทมีรายจ่ายด้านพลังงานลดลงก็มีกำไรมากขึ้นด้วย
อย่างไรก็ตามแนวคิดเรื่องการลดการใช้พลังงานนี้คงมิได้เป็นภาระของคนใดคนหนึ่งหรืออุตสาหกรรมประเภทใดประเภทหนึ่ง
หากแต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนในสังคมที่ต้องช่วยกันส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้มนุษยชาติสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืนและภาคภูมิใจว่าได้เกิดมามีส่วนร่วมทำให้โลกใบนี้ดีขึ้น
กันยายน 2550
อาณัติ
หาทรัพย์
Research officer 7 /Mechanical Engineer
Structure and
Component Durability Assessment Division (SCDA)
Material Properties Development Lab. (MDL)
Material Property Analysis and Development Center
(MPAD)




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น